น้ำเหนือล่าสุดวันนี้
เว็บสุดปัง พาอัปเดต น้ำเหนือล่าสุดวันนี้ 30 กันยายน 2569 หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนยังไหลลงสู่ลุ่มเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเวลา 12.00 น. สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ วัดปริมาณน้ำไหลผ่านได้ประมาณ 2,443 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เพิ่มขึ้นจากช่วง 06.00 น. ซึ่งอยู่ที่ 2,326 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้พื้นที่ตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ และนอกแนวคันกั้นน้ำ ต้องติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิดในช่วงปลายเดือนกันยายนต่อเนื่องถึงต้นเดือนตุลาคม
อัปเดตสถานการณ์ ข่าวน้ำเหนือ 30 กันยายน 2569
สถานการณ์ช่วงเช้าวันที่ 30 กันยายน 2569 สทนช. รายงานว่า ภาคเหนือมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำรวมประมาณ 19,825 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 72% ของความจุ ขณะที่น้ำบริเวณ C.2 นครสวรรค์ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และน้ำจากตอนบนรวมถึงลำน้ำสาขายังคงไหลเข้าสู่ระบบเจ้าพระยา
ส่งผลให้การบริหารน้ำบริเวณเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เป็นอีกจุดที่ต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา มีข้อมูลเผยแพร่ระหว่างวันที่ 30 กันยายนที่ไม่ตรงกัน โดยมีรายงานหนึ่งระบุ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ กรมชลประทานได้ชี้แจงภายหลังว่ายังคงระบายที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
และหากมีการเปลี่ยนแปลงจะประกาศแจ้งอีกครั้ง ระดับดังกล่าวอาจทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบางแห่งท้ายเขื่อนมีระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 20–30 เซนติเมตร จึงควรยึดประกาศล่าสุดจากกรมชลประทานเป็นหลัก
มวลน้ำเหนือมาจากไหน และกำลังไหลไปทางไหน
มวลน้ำ จากภาคเหนือในระบบเจ้าพระยามาจากน้ำฝนและน้ำท่าที่ไหลผ่านลุ่มน้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน โดยปิงกับวัง และยมกับน่านจะไหลมารวมกันบริเวณนครสวรรค์ ก่อนเกิดเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา
จากนั้นน้ำจะไหลผ่านพื้นที่ตอนล่าง เช่น นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และออกสู่อ่าวไทยบริเวณสมุทรปราการ ระหว่างทางยังมีน้ำจากลำน้ำสาขา เช่น แม่น้ำสะแกกรัง เข้ามาสมทบ ทำให้ปริมาณน้ำที่แต่ละพื้นที่ได้รับไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำจากภาคเหนือเพียงส่วนเดียว
น้ำเหนือจะถึงภาคกลางและกรุงเทพฯ หรือไม่
น้ำจากตอนบน ไหลเข้าสู่ภาคกลางตามระบบแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่แล้ว โดยจังหวัดที่ต้องติดตามระดับน้ำประกอบด้วย ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ
นอกจากนี้กรมชลประทานยังออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์ลุ่มเจ้าพระยาครอบคลุม 11 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับมือหากปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น สำหรับ กรุงเทพฯ
ข้อมูลวันที่ 30 กันยายน 2569 ระบุว่าสถานการณ์น้ำเหนือยังอยู่ในระดับที่ กทม. สามารถบริหารจัดการได้ โดยระดับน้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ประมาณ 2.10 เมตร ขณะที่ระบบป้องกันริมเจ้าพระยาสามารถรองรับได้มากกว่า 3 เมตร
อย่างไรก็ตาม จุดที่ควรเฝ้าระวังมากกว่าพื้นที่ด้านในคือ ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ พื้นที่ริมแม่น้ำ และจุดที่มีน้ำรั่วซึม รวมถึงต้องติดตามน้ำทะเลหนุนซึ่งอาจมีผลต่อระดับน้ำบริเวณปลายน้ำด้วย
เช็กระดับน้ำเจ้าพระยาล่าสุด พื้นที่ไหนต้องจับตา
ข้อมูลล่าสุดช่วงเที่ยงวันที่ 30 กันยายน 2569 ระบุว่า C.2 นครสวรรค์มีน้ำไหลผ่านประมาณ 2,443 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีการระบายน้ำ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ประมาณ +17.72 ม.รทก.
ภาพรวมจึงยังต้องจับตาปริมาณน้ำจากตอนบนและลำน้ำสาขาที่ไหลเข้ามาสมทบ เพราะสามารถทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างวัน พื้นที่ที่ เว็บสุดปังแนะนำให้ติดตามเป็นพิเศษ คือบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวแม่น้ำ
โดยกรมชลประทานระบุพื้นที่เฝ้าระวัง เช่น สรรพยา จ.ชัยนาท, อินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรี, ไชโย เมืองอ่างทอง ป่าโมก และวิเศษชัยชาญ รวมถึงเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
ขณะที่พื้นที่ตอนล่างอย่างปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ควรติดตามประกาศต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์ยังขึ้นอยู่กับทั้งน้ำจากโซนภาคเหนือ ฝนในพื้นที่ การระบายน้ำ และน้ำทะเลหนุน
จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมจากน้ำเหนือ มีพื้นที่ไหนบ้าง
จากสถานการณ์วันที่ 30 กันยายน 2569 พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ต้องเฝ้าระวังมีอย่างน้อย 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี หลังการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
มีการประเมินว่าระดับน้ำท้ายเขื่อนบางพื้นที่อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 20–30 เซนติเมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ และนอกแนวคันกั้นน้ำ posttoday สำหรับ 3 จังหวัดที่ควรติดตามใกล้ชิด เว็บสุดปังขอยกตัวอย่างดังนี้
1. ชัยนาท
ชัยนาท เป็นพื้นที่สำคัญเพราะเป็นที่ตั้งของเขื่อนเจ้าพระยา และรับน้ำที่ไหลลงมาจากนครสวรรค์ก่อนกระจายเข้าสู่ระบบแม่น้ำและคลองชลประทานตอนล่าง พื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะบริเวณ อำเภอสรรพยา ควรติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรมชลประทานยังติดตามทั้งปริมาณน้ำเหนือเขื่อนและการระบายน้ำท้ายเขื่อนเพื่อปรับการบริหารจัดการตามสถานการณ์
2. สิงห์บุรี
สิงห์บุรี อยู่ถัดจากชัยนาทลงมาตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเป็นอีกจังหวัดที่ได้รับผลจากระดับน้ำท้ายเขื่อนโดยตรง พื้นที่ที่เคยถูกระบุให้เฝ้าระวัง ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี รวมถึงชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะเดียวกันสำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดเพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำแล้ว
3. พระนครศรีอยุธยา
พระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ลุ่มต่ำและเครือข่ายแม่น้ำหลายสาย จึงต้องติดตามทั้งน้ำจากเจ้าพระยาและน้ำในแม่น้ำป่าสัก พื้นที่ที่กรมชลประทานเคยแจ้งให้เฝ้าระวังจากน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร ขณะที่บริเวณริมแม่น้ำป่าสักในบางพื้นที่ยังต้องติดตามระดับน้ำจากการปรับระบายผ่านเขื่อนพระราม 6 ด้วย จึงควรเช็กประกาศของหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
น้ำเหนือกับการระบายน้ำจากเขื่อน เกี่ยวข้องกันอย่างไร
น้ำเหนือ และการระบายน้ำจากเขื่อนมีความสัมพันธ์กัน แต่ ไม่ใช่น้ำส่วนเดียวกันทั้งหมด เพราะมวลน้ำที่ไหลลงสู่ลุ่มเจ้าพระยามาจากทั้งฝนในพื้นที่ น้ำจากแม่น้ำสายหลัก น้ำจากลำน้ำสาขา และน้ำที่ระบายจากอ่างเก็บน้ำ
เมื่อปริมาณน้ำตอนบนเพิ่มขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามปริมาณน้ำไหลเข้า ระดับของมวลน้ำ จากภูมิภาคต่างๆ สภาพอากาศ และพื้นที่ท้ายน้ำ เพื่อปรับการบริหารจัดการให้เหมาะกับสถานการณ์ กรมชลประทานระบุว่าการปรับระบายเขื่อนเจ้าพระยาจะพิจารณาจากสถานการณ์น้ำ ฝน และปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน ไม่ได้กำหนดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว
สำหรับสถานการณ์ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 เมื่อปริมาณน้ำจากตอนบน และน้ำจากลำน้ำสาขาไหลมาสมทบมากขึ้น จึงมีการบริหารน้ำด้วยหลายวิธี ทั้งรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน ชะลอน้ำเหนือเขื่อน และปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็นขั้นตอน
โดยวันที่ 30 กันยายน มีรายงานการระบายที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีการเฝ้าระวังพื้นที่ท้ายเขื่อน เนื่องจากระดับน้ำบางพื้นที่อาจเพิ่มประมาณ 20–30 เซนติเมตร ดังนั้นเวลาติดตามข่าวน้ำเหนือควรดูทั้ง C.2 นครสวรรค์ ปริมาณน้ำเข้าเขื่อน อัตราการระบาย และระดับน้ำท้ายเขื่อน ควบคู่กันครับ
เช็กน้ำเหนือล่าสุด ดูข้อมูลจากที่ไหนได้บ้าง
หากต้องการติดตาม น้ำเหนือล่าสุดวันนี้ เว็บสุดปังแนะนำให้ตรวจสอบจากหน่วยงานราชการ และระบบข้อมูลน้ำโดยตรง เพราะตัวเลขระดับน้ำ ปริมาณฝน และการระบายน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงได้ระหว่างวัน โดยสามารถเช็กจาก 5 แหล่งหลักดังนี้
- กรมชลประทาน (RID) — ดูสถานการณ์น้ำรายวัน ปริมาณน้ำในเขื่อน ระดับน้ำ และข้อมูลสถานี C.2
- สถานการณ์น้ำประเทศไทย National ThaiWater — ดูภาพรวมฝน ระดับน้ำ แหล่งน้ำ พื้นที่เสี่ยง และประกาศเตือน
- ThaiWater — เช็กฝน ระดับน้ำ เขื่อน ปริมาณน้ำไหลเข้า-ออก และการคาดการณ์
- ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ — เหมาะสำหรับติดตามฝน สภาพอากาศ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาคเหนือ
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) — ดูรายงานอุทกภัย พื้นที่ได้รับผลกระทบ และประกาศเตือนประชาชนล่าสุด
สำหรับบทความข่าว แนะนำให้ ระบุวัน และเวลาของข้อมูลทุกครั้ง โดยเฉพาะตัวเลข C.2 และอัตราการระบายน้ำจากเขื่อน เพราะตัวเลขสามารถเปลี่ยนได้หลายครั้งภายในวันเดียวครับ
ข่าวน้ำจากภาคเหนือ 2569 เทียบกับปีก่อน
| ข้อมูล | ปี 2569 | ปี 2568 |
|---|---|---|
| น้ำผ่าน C.2 นครสวรรค์ | 2,326 ลบ.ม./วินาที | 2,622 ลบ.ม./วินาที |
| ระดับน้ำ C.2 | 23.51 ม.รทก. | 24.19 เมตร |
| ต่ำกว่าตลิ่ง C.2 | 2.19 เมตร | 1.51 เมตร |
| เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ | 2,200 ลบ.ม./วินาที | 2,300 ลบ.ม./วินาที |
| สถานการณ์น้ำเหนือ | เฝ้าระวังน้ำจากลุ่มปิง และลำน้ำสาขาสมทบ | น้ำเหนือเพิ่มจากฝนหนัก และอิทธิพลพายุ |
| พื้นที่ต้องเฝ้าระวัง | พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา | พื้นที่ริมแม่น้ำ และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ |
| ภาพรวม | ปริมาณน้ำ C.2 ต่ำกว่าปีก่อน แต่ยังต้องติดตามต่อ | ปริมาณน้ำ C.2 สูงกว่า และเข้าใกล้ระดับตลิ่งมากกว่า |
C.2 คือสถานีวัดน้ำสำคัญที่จังหวัดนครสวรรค์ ใช้ตรวจระดับน้ำ และปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จึงมักใช้เป็นจุดอ้างอิงในการติดตาม มวลน้ำเหนือก่อนเข้าสู่ภาคกลาง
เตรียมตัวรับมือน้ำเหนือและน้ำท่วมอย่างไร
หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือพื้นที่ที่มีประวัติน้ำท่วม ควรเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนระดับน้ำเพิ่ม โดยติดตามประกาศเรื่อง มวลน้ำ เหนือ ระดับน้ำ และการระบายน้ำจากเขื่อน อย่างสม่ำเสมอ พร้อมจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยาประจำตัว เอกสารสำคัญ และอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า เว็บสุดปังแนะนำว่าไม่ควรรอให้น้ำเข้าบ้านแล้วจึงเริ่มเตรียมตัว เพราะระดับน้ำในบางพื้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างรวดเร็ว
1. ย้ายของมีค่าและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง
เมื่อพื้นที่เริ่มมีประกาศเฝ้าระวัง ควรย้ายเอกสารสำคัญ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินที่เสียหายจากน้ำได้ไปยังพื้นที่สูงหรือจุดปลอดภัย สำหรับบ้านชั้นเดียวควรเตรียมชั้นวางหรือพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติม และตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน หากน้ำเริ่มเข้าบ้านควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าในบริเวณที่เปียกน้ำ
2. เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินและเสบียงให้พร้อม
จัดกระเป๋าฉุกเฉินที่สามารถหยิบออกจากบ้านได้ทันที โดยเตรียม น้ำดื่ม อาหารพร้อมรับประทาน ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล ไฟฉาย Power Bank เสื้อผ้า และสำเนาเอกสารสำคัญ ใส่ถุงหรือภาชนะกันน้ำ หากภายในบ้านมีเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือสัตว์เลี้ยง ควรเตรียมของจำเป็นเฉพาะเพิ่มเติมไว้ด้วย
3. วางแผนเส้นทางอพยพก่อนน้ำเพิ่ม
ควรรู้ล่วงหน้าว่า จุดปลอดภัย ศูนย์พักพิง และเส้นทางออกจากชุมชนอยู่ตรงไหน พร้อมเตรียมเส้นทางสำรองกรณีถนนหลักถูกน้ำท่วม หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถผ่านบริเวณที่มีกระแสน้ำแรงและไม่สามารถประเมินความลึกได้ หากหน่วยงานในพื้นที่ประกาศให้อพยพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำและออกจากพื้นที่ตามเส้นทางที่กำหนดครับ
น้ำเหนือมาแล้ว รถยังผ่านได้ไหม เช็กเส้นทางก่อนเดินทาง
ช่วงที่มวลน้ำเหนือไหลลงสู่ภาคกลาง ผู้ใช้รถควร ตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพราะระดับน้ำบนถนนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายในเวลาไม่นาน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ จุดลอดใต้สะพาน และถนนใกล้แม่น้ำ
จากข้อมูลกรมทางหลวงวันที่ 29 กันยายน 2569 พบทางหลวงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั่วประเทศ 256 แห่ง และมีจุดที่รถผ่านไม่ได้ 67 แห่ง จึงไม่ควรประเมินจากสภาพถนนของวันก่อนหน้าเพียงอย่างเดียว กรมทางหลวง ก่อนเดินทาง
เว็บสุดปัง888 แนะนำให้เช็กสถานการณ์ผ่าน เว็บไซต์กรมทางหลวง หรือโทร สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนเส้นทางของกรมทางหลวงชนบทสามารถสอบถามได้ที่ 1146 กรมทางหลวง
หากพบถนนมีน้ำท่วมสูง มองไม่เห็นพื้นถนน หรือมีกระแสน้ำไหลแรง ไม่ควรฝืนขับรถผ่าน ให้เปลี่ยนไปใช้เส้นทางที่เจ้าหน้าที่แนะนำแทน เพราะนอกจากความลึกของน้ำแล้ว ยังอาจมีหลุม ฝาท่อเปิด หรือผิวถนนเสียหายซ่อนอยู่ใต้น้ำได้ครับ